ชาไทย

 ตั้งกระทู้ใหม่  เว็บบอร์ด

ชาไทย มีอยู่ ๒ ความหมาย  ชาที่ผลิตในไทย มีทั้งชาที่ทำจากต้นเมี่ยง (ชาพันธุ์อัสสัม) ที่ขึ้นตามธรรมชาติ และชาที่ทำจากชาพันธุ์จีน โดยมากจะเป็นสายพันธุ์ชาลูกผสมของไต้หวัน และทำตามอย่างเทคนิคการผลิตของไต้หวัน  ชาที่ออกสีส้มแดงที่ชงจากชาผงที่ทำขึ้นในไทย ชาผงพวกนี้ใช้วัตถุดิบชาซีลอนด้อยคุณภาพ ที่ชงแล้วสีไม่สวย สีเหลืองซีดจาง แล้วนำมาผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพโดยการแต่งสี แต่งกลิ่น เป็นชาที่ใช้แพร่หลายทั่วไปในไทย ในฐานะชาดำอย่างฝรั่ง ถูกนำมาทำเป็นชาร้อนใส่นมขนมหวาน หรือชาเย็นที่เติมนมข้นหวาน และชาเย็นที่เติมน้ำตาล เครื่องดื่มนี้คนไทย เรียกสั่งกันเป็น ชาร้อน (ชาร้อนเติมครีมเทียมข้นหวาน และน้ำตาล), ชาเย็น (ชาเย็นเติมครีมเทียมข้นหวาน และน้ำตาล), ชาดำร้อน (ชาเติมน้ำตาล), ชาดำเย็น (ชาเย็นเติมน้ำตาล) ต่อมาเมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย และเห็นลักษณะสีและกลิ่นรสที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่แปลกต่างไปจากชาอื่น จึงเรียกว่าจึงถูกแปลงกลับมาเป็นภาษาไทยว่า "ชาไทย" ชาไทยตามความหมายนี้ ไม่นับรวม ชาชัก ที่ขายกันทางภาคใต้ของไทย ซึ่งเป็นชาไม่แต่งสี และมีสีตามธรรมชาติที่ผสมนมแล้วออกสีกากี


สนับสนุนโดยlucaclub88


เว็ป บาคาร่าออนไลน์ ที่ดีที่สุด


แบบเย็น ชาดำเย็น ชาไทยไม่ใส่นม ใส่แต่น้ำตาล เสิร์ฟแบบเย็น เหมือนกับชาอินเดียแบบดั้งเดิมที่ใช้ชาเป็นส่วนผสมหลัก ชามะนาว คล้ายกับชาดำเย็น แต่เพิ่มรสชาติด้วยการใส่มะนาว เติมความหวานด้วยน้ำตาล อาจมีการใส่ใบสะระแหน่เพิ่มลงไปด้วย แบบร้อน คนไทยส่วนใหญ่ นิยมดื่มชาร้อนตอนเช้าคู่กับปาท่องโก๋ ชาร้อน ชาไทยเสิร์ฟร้อน ชาดำร้อน ชาไทยเสิร์ฟร้อนไม่ใส่นมเลย เพิ่มความหวานด้วยน้ำตาลเท่านั้น


 


ปาท่องโก๋ เป็นชื่อของกินชนิดหนึ่งของจีน ทําด้วยแป้งสาลีตัดเป็นท่อน ๆ แล้วจับเป็นคู่ติดกัน ทอดนํ้ามันให้พอง นิยมกินเป็นอาหารเช้าพร้อมกับโจ๊กหรือเครื่องดื่มร้อน เช่น น้ำเต้าหู้ กาแฟ โกโก้ หรือช็อกโกแลตชื่อจีนโดยทั่วไปของอาหารชนิดนี้ คือ "โหยวเถียว" ในสำเนียงกลาง ซึ่งแปลว่า ท่อนแป้งทอดน้ำมัน ชาวจีนภาคเหนือเรียกโหยวเถียวว่า "กั่วจึ"  ในสำเนียงกลาง แปลว่า ขนมทอด  ชาวหมิ่นหนานเรียกว่า "โหยวจ๋ากั่ว"ในสำเนียงกลาง, "อิ่วจาก้วย" ในสำเนียงแต้จิ่ว, "เหยาจากวั๋ย"ในสำเนียงกวางตุ้ง, และ "อิ่วเจี่ยโก้ย"ในสำเนียงฮกเกี้ยน แปลว่า ขนมทอดน้ำมันชาวกวางตุ้งนิยมเรียก "โหยวจ๋ากุ่ย" ในสำเนียงกลาง ชื่อนี้แปลว่า ผีทอดน้ำมัน  สำหรับที่มาของชื่อนี้นั้น ว่ากันว่า ในรัชสมัยพระเจ้าเกาจง  แห่งราชวงศ์ซ่ง ฉิน ฮุ่ย  อัครมหาเสนาบดี ได้วางแผนฆ่าเยฺว่ เฟย์  ข้าราชการทหารที่มีชื่อเสียง ราษฎรโกรธแค้น แต่ทำอะไรไม่ได้ จึงทำปั้นแป้งเป็นรูปคนสองคนทอดจนพองแล้วเคี้ยวกินให้หายแค้น สองคนที่ทำเป็นแป้งนั้น คือ ฉิน ฮุ่ย และภริยา ภายหลังนิยมทำแป้งทั้งสองชิ้นติดกันตรงกลางสืบมาจนปัจจุบันไทย ชื่อไทยว่า "ปาท่องโก๋" นั้นแผลงมาจากคำจีนว่า ซึ่งสำเนียงหมิ่นหนานว่า และสำเนียงกลางว่า "ไป๋ถังกั่ว" หรือจากคำจีนว่าซึ่งสำเนียงกวางตุ้งว่า และสำเนียงกลางว่า "ไป๋ถังเกา"  อย่างไรก็ดี ทั้ง "ไป๋ถังกั่ว" และ "ไป๋ถังเกา" ที่จริงแล้วเป็นชื่อของกินอีกชนิดทําด้วยแป้งข้าวเจ้ากับนํ้าตาลทราย รูปสี่เหลี่ยม เนื้อคล้ายขนมถ้วยฟู ภาษาไทยเรียก "ปาท่องโก๋" เช่นกัน ส่วนภาษาอังกฤษเรียก เล่ากันว่า ในประเทศไทยแต่ก่อนพ่อค้าขายโหยวเถียวและไป๋ถังกั่วในรถเข็นเดียวกัน แต่คนไทยนิยมโหยวเถียวมากกว่า และสำคัญว่า โหยวเถียวเรียกไป๋ถังกั่ว ต่อมาเมื่อไป๋ถังกั่วขายไม่ออกจึงเลิกขาย ส่วนคนไทยก็เรียกโหยวเถียวผิดว่าไป๋ถังกั่วต่อไป จนในที่สุดเป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า ไป๋ถังกั่วคือโหยวเถียว


 แสดงความคิดเห็น
ใส่ตัวอักษรตามที่เห็นด้านบน